สาธารณสุขตรวจคลินิกหมอสมหมาย

ชี้หมอสมหมาย มีใบอนุญาตถูกต้อง

สธ.ระบุ คลินิกรักษาโรคมะเร็งร้าย “หมอสมหมาย” รักษาผู้ป่วยมานานกว่า 30 ปีแล้ว มีใบอนุญาตถูกต้อง แต่การรักษาให้หายขาดผ่านกระบวนการทดลองยังไม่มี ย้ำถ้าป่วยระยะสุดท้าย โอกาสรักษาหายยาก แต่ส่ง จนท.ไปเก็บตัวอย่างยาสมุนไพร หวังนำผลิตเป็นยารักษาโรคมะเร็งร้าย ขณะที่ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย แห่ขอเข้ารับการรักษาคลินิก “หมอสมหมาย”เนืองแน่น โทรศัพท์สอบถามอาการสายแทบไหม้ แนะให้พาคนไข้มาตรวจรักษาอาการด้วยตัวเองเป็นดีที่สุด

จากกรณีที่หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ได้นำเสนอข่าว นพ.สมหมาย ทองประเสริฐ อดีตนายแพทย์สาธารณสุข จ.สิงห์บุรี ที่ลาออกจากราชการมาเปิดคลินิกหมอสมหมายรักษาโรคมะเร็ง เลขที่ 931 ต.บางพุทรา อ.เมือง จ.สิงห์บุรี และมีผู้คนพากันมารักษาแล้วได้ผลดี จนอาการดีขึ้นมาแล้วหลายราย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 23 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 931 ต.บางพุทรา อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ที่เป็นบ้านของ นพ.สมหมาย ที่เปิดเป็นคลินิกรักษาโรคมะเร็งทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-13.00 น. พบว่ามีผู้คนหลั่งไหลมารักษาโรคมะเร็งเป็นจำนวนมาก ขณะที่มีผู้คนโทรศัพท์เข้ามาสอบถามจนเจ้าหน้าที่รับโทรศัพท์กันแทบไม่ไหว ส่วนบางรายให้ลูกหลานหรือญาติมาขอคำปรึกษาการรักษาโรค และนพ.สมหมาย จะให้คำแนะนำว่าให้พาคนไข้มารักษาด้วยตนเอง ส่วนบางรายนพ.สมหมาย แนะนำให้ไปหาซื้อใบของต้นม็อก ที่มีขายตามตลาดต้นไม้ทั่วไป โดยให้กินวันละ 10 ใบ แล้วอาการจะดีขึ้น

ด้าน นายสุทธิชัย โชควศิล อายุ   58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 92/75 หมู่ 6 แขวง   ท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ กล่าวว่า ตนป่วยเป็นโรคมะเร็งตับ รักษาโดยกินยาแผนปัจจุบันเม็ดละ 2,500 บาท วันละ 4 เม็ด แต่เซลส์ที่ขายยาบอกว่ายานี้ไม่ผ่าน อย. จึงเลิกกินและเริ่มหมดหวัง แต่พอลูกสาวอ่านหนังสือเกี่ยวกับโรคมะเร็งได้ยินกิตติศัพท์ของ นพ.สมหมาย ลูกสาวจึงพามารักษา และมาครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง จนอาการเริ่มดีขึ้น จากที่มีอาการอ่อนเพลียก็เริ่มมีเรี่ยวแรงขึ้น

ขณะเดียวกัน ได้มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุข จ.สิงห์บุรี เดินทางมาขอเข้าพบนพ.สมหมาย และเข้าไปนั่งคุยกันที่ห้องส่วนตัว ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก่อนเดินทางกลับไป โดย นพ.สมหมาย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจ.สิงห์บุรี ได้มาขออย่าให้ตนให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว เพราะจะเป็นการเข้าข่ายโฆษณา จึงตอบไปว่า ตนไม่เคยให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว มีแต่ผู้สื่อข่าวมาสังเกตการณ์เอง และขอความร่วมมือซึ่งตนก็ได้ให้ความร่วมมือไป

ด้าน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์   รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า จากรายงานพบว่าคลินิกดังกล่าวได้รับอนุญาตถูกต้องตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล โดยใบอนุญาตมีระยะเวลา 10 ปี และทราบว่า นพ.สมหมาย ได้ให้การดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายมานาน 30-40 ปีแล้ว โดยใช้การแพทย์ทางเลือกคือสมุนไพรผสมผสานกับยาแผนปัจจุบัน ซึ่งตามกฎหมายแล้วแพทย์สามารถใช้ดุลพินิจในการรักษาผู้ป่วยเฉพาะรายได้ อยู่แล้ว แต่คงจะให้คณะอนุกรรมการสถานพยาบาลประจำจังหวัด ที่มีนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นประธานช่วยเข้าไปตรวจสอบอีกครั้ง และเท่าที่ได้รับรายงานคลินิกแห่งนี้จะดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย

รมว.สาธารณสุข กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่เตรียมผลิตยาสมุนไพรออกมาจำหน่ายนั้น ยังไม่ทราบข้อมูลในเรื่องนี้ แต่โดยหลักการจะผลิตยาใด ๆ ออกมาจำหน่าย จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎระเบียบที่กำหนดไว้แล้วว่า จะต้องมีผลการวิจัยมารองรับ เพื่อขึ้นทะเบียนตำรับกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อย่างไรก็ดี ทราบว่าขณะนี้มีสมุนไพรไทยหลายชนิด ที่มีฤทธิ์ต้านมะเร็งได้ จึงได้สั่งการให้กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก ไปรวบรวมมารายงานให้ทราบว่า สมุนไพรแต่ละชนิดสามารถมะเร็งและโรคอะไรได้บ้าง และสิ่งที่จะต้องทำต่อไปคือ  จะต้องมีการทำวิจัยเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อมูลสนับสนุนก่อนจะประกาศให้ทราบต่อไป

ขณะที่ นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกคนสามารถขอคำปรึกษาจากแพทย์ได้ทุกโรงพยาบาลอยู่แล้ว ส่วนกรณีของนพ.สมหมาย ได้ให้การรักษามะเร็งระยะสุดท้ายมานาน 30-40 ปีแล้ว ความน่าเชื่อถือจึงพอมี แต่ได้ให้ทางคณะอนุกรรมการ สถานพยาบาลประจำจังหวัดเข้าไปดูข้อมูลข้อเท็จจริงทั้งหมดว่าเป็นอย่างไร การประกอบวิชาชีพถูกต้องหรือไม่ คาดว่าคงจะใช้เวลา 1-2 สัปดาห์

ทางด้าน พญ.วิลาวัณย์ จึงประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า นพ.สมหมายได้ศึกษาข้อมูลมานานแล้ว คาดว่าใน 2-3 วันนี้ จะให้เจ้าหน้าที่ไปขอข้อมูล รวมทั้งแพทย์แผนไทยและแผนปัจจุบันอีกหลาย ๆ ท่าน เพื่อเป็นการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการ ใช้ยาสมุนไพรรักษาโรค แต่เริ่มก่อนคงเป็นกรณีมะเร็งเต้านมที่ขอข้อมูลมาดูก่อนเพราะทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมาบอกว่า เป็นมะเร็งเต้านมกินยาสมุนไพรแล้วหาย ดังนั้นจะรวบรวมและดูข้อมูลเรื่องนี้เป็นตัวแรกก่อนที่จะพิจารณามะเร็งชนิดอื่น ๆ ต่อไป

นพ.สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมอนามัย กล่าวด้วยว่า การรักษามะเร็งมีทั้งการผ่าตัด ใช้เคมีบำบัด โดยมะเร็งในระยะเริ่มแรกสามารถรักษาให้หายได้ ส่วนมะเร็งระยะ สุดท้ายโอกาสหายคงยาก ทั้งนี้ปีหนึ่งมีผู้ป่วยเป็นแสน ๆ ราย โอกาสจะเสียชีวิตเกินครึ่งหรือประมาณ 6 หมื่นคน สำหรับการใช้สมุนไพรในการรักษายังอยู่ในขั้นทดลอง ซึ่งในปัจจุบันหากจะใช้ยับยั้งเซลล์มะเร็งใน  การทดลองจะต้องใช้ในปริมาณที่มากเป็นกิโลกรัม ดังนั้น สรุปว่ายาสมุนไพรที่รักษามะเร็งให้หายขาด และผ่านกระบวนการทดลองแล้วยังไม่มี

ด้าน นพ.อภิชัย มงคล จิตแพทย์ และผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือเรื่องของจิตใจผู้ป่วย เพราะหากเครียดจัดเรื้อรังนาน ๆ ภูมิคุ้มกันจะไปกำจัด เซลล์มะเร็งลดลงไปด้วย และทำให้มะเร็งลุกลามมากยิ่งขึ้น ดังนั้นในการรักษาในเรื่องของยาแล้วเรื่องจิตใจก็มีส่วนสำคัญ.

ผู้เข้าชม : 12040

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ข่าวใหม่ล่าสุด

ปฎิทินข่าว

สิงหาคม 2010
พฤ อา
« ก.ค.   ก.ย. »
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031  

อัพเดทข่าว สิงห์บุรีนิวส์ ส่งตรงถึงคุณทุกวัน ฟรี!

ใส่อีเมล์ที่นี่

เข้าไปกดลิงค์ยืนยันที่อีเมล์ด้วยนะครับ จึงจะเสร็จสมบูรณ์

Web Radio by TUFaT.com

ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล



© 2014 สิงห์บุรีนิวส์. All Rights Reserved. เข้าสู่ระบบ

- จัดทำและพัฒนาเว็บไซต์โดย สิงห์ดีไซน์